การจีบผ้าแบบเฟื่องลายเชิงสาน

การทำเฟื่องเชิงสาน เป็นการทำเฟื่องท้องช้างมาประกอบกัน แตกต่างกันตรงจุดการวางในแต่ละช่วง สอนสานทับซ้อนไขว้กัน จะใช้ผ้า  2  ผืน  2  สี  เมื่อทำเฟื่องเชิงสาน จำทำให้ดูเหมือนมีผ้าหลายผืน  ดังนี้

ตัวอย่างโครงร่าง

ขั้นตอนการทำเฟื่องลายเชิงสาน

ขั้นที่ 1   ผ้าผืนที่ 1 จับจีบปลายผ้าทบไปทบมาจนหมดหน้าผ้าตาม

ความกว้างของผ้า ใช้ลวดมัดติดกับอาคารในจุดที่ 1

ขั้นที่ 2   ผ้าผืนที่ 2 จับจีบปลายผ้า ใช้ลวดมัดติดกับ อาคารในจุดที่ A

ขั้นที่ 3   จับรวบผ้าส่วนที่ถัดไปของผ้าผืนที่ 1 ไปหาจุดที่  2  แล้วมัดที่จุดที่  2

 

ขั้นที่ 4   จับผ้าส่วนที่ถัดไปของผ้าผืนที่ 1 จากจุดที่  2  ไปหาจุดที่ 3

มือขวาจับผ้าส่วนที่ถัดไปของผ้าพับทบผ้าทบไปทบมาจน

หมดหน้าผ้าทำเป็นท้องช้าง มัดติดกับอาคารในจุดที่ 2

ขั้นที่ 5   จับรวบผ้าส่วนที่ถัดไปของผ้าผืนที่ 2 ไปหาจุดที่  A  แล้ว

มัดที่จุดที่  B

ขั้นที่ 6   จับผ้าส่วนที่ถัดไปของผ้าผืนที่ 2 จากจุดที่ B ไปหาจุดที่ C

มือขวาจับผ้าส่วนที่ถัดไปของผ้าพับทบผ้าทบไปทบมาจน

หมดหน้าผ้าทำเป็นท้องช้าง มัดติดกับอาคารในจุดที่ C

( ให้ผ้าผืนที่  2  ขัดกับผ้าผืนที่  1 )

ขั้นที่ 7   จับรวบผ้าส่วนที่ถัดไปของผ้าผืนที่ 1 ไปหาจุดที่  3

แล้วมัดที่จุดที่  4

ขั้นที่ 8   จับผ้าส่วนที่ถัดไปของผ้าผืนที่ 1 จากจุดที่  4  ไปหาจุดที่ 5

มือขวาจับผ้าส่วนที่ถัดไปของผ้าพับทบผ้าทบไปทบมา

จนหมดหน้าผ้าทำเป็นท้องช้าง มัดติดกับอาคารในจุดที่ 2

ขั้นที่ 9   จับรวบผ้าส่วนที่ถัดไปของผ้าผืนที่ 2 ไปหาจุดที่  C  แล้ว

มัดที่จุดที่  D

ขั้นที่ 10   จับผ้าส่วนที่ถัดไปของผ้าผืนที่ 2 จากจุดที่ D ไปหาจุดที่  E

มือขวาจับผ้าส่วนที่ถัดไปของผ้าพับทบผ้าทบไปทบมาจนหมดหน้าผ้าทำเป็นท้องช้าง มัดติด

กับอาคารในจุดที่ E  ( ให้ผ้าผืนที่  2  ขัดกับผ้าผืนที่  1 )

ขั้นที่ 11 ลำดับต่อไปให้ทำดังนี้ผ้าผืนที่ 1 ทำเช่นเดียวกับ ขั้นที่ 7-8  ผ้าผืนที่ 2 ทำเช่นเดียวกับ ขั้นที่ 9-10

ให้ทำสลับกันทีละผืนจนหมดอาคารที่ต้องการ

หมายเหตุ  ในการผูกผ้าลายเชิงสาน ผ้าทั้ง 2  ผืน  จะต้องทำไปพร้อมกัน เพราะต้องใช้ผ้าขัด ซ้อนกัน

ตัวอย่างการผูกผ้าลายเฟื่องเชิงสาน

คำที่มีการค้นหาเข้ามา


เฟื่องลายเกล็ดปลา ผสมดอก

เฟื่องลายเกล็ดปลา ผสมดอก

การทำเฟื่องลายเกล็ดปลา เป็นการนำผ้า  2  ผืน  มาทำเป็นเฟื่องท้องช้างทับซ้อนกันสลับเรียงกันเป็นเหมือนรูปเกล็ดปลา จึงเรียกว่า เฟื่องเกล็ดปลา  มีขั้นตอนทำ  ดังนี้

ตัวอย่างโครงร่าง

 

ขั้นตอนการทำเฟื่องลายเกล็ดปลา ผสมดอก

 

ขั้นที่  1  ใช้ผ้าผืนที่  1  ทำเฟื่องท้องช้างในตำแหน่งจุดที่  1  ,  3 ,  5  ,  7

ขั้นที่  2  ใช้ผ้าผืนที่  2  ทำเฟื่องท้องช้างในตำแหน่งจุดที่  2  ,  4  ,  6  โดยการทำผ้าทับซ้อนกันเหมือน

เกล็ดปลา ดังรูป  จนเสร็จ

ขั้นที่  3  ที่จุดมัดแต่ละจุด ให้จับดอกผ้า พับทบกลีบดอก

จะทำกลีบเดียว สอง หรือ สามกลีบตามความเหมาะสม

แต่ไม่ควรใหญ่มากนัก จะดูไม่สวย  และ ถ้าจะให้เกิดความสวยงามโดดเด่นมากขึ้นให้จับทำระย้าที่จุดเริ่มต้น และจุดสุดท้าย

คำที่มีการค้นหาเข้ามา


เฟื่องเกล็ดปลา ( กรณีผ้า 2 ผืน)

เฟื่องเกล็ดปลา  ( กรณีผ้า  2  ผืน)

ขั้นตอนการทำเฟื่องเกล็ดปลา  ( กรณีผ้า  2  ผืน)

เป็นการนำผ้า  2  ผืน  มาทำเป็นเฟื่องท้องช้างทับซ้อนกันสลับเรียงกันเป็นเหมือนรูปเกล็ดปลา จึงเรียกว่า เฟื่องเกล็ดปลา  มีขั้นตอนทำ  ดังนี้

ตัวอย่างโครงร่าง

 

ขั้นที่ 1   ผ้าผืนที่ 1 จับจีบปลายผ้าทบไปทบมาจนหมดหน้าผ้า ใช้ลวดมัดติดกับอาคารในจุดที่ 1 ไว้

ขั้นที่ 2   จับจีบผ้าส่วนที่ถัดไปทบไปทบมาจนหมดหน้าผ้า เท่าความกว้างของช่วงที่จะยึดจากจุดที่ 1 – 2

ขั้นที่ 3   ใช้ลวดมัดติดกับจุดที่ 1

ขั้นที่ 4   มือขวาจับผ้าส่วนที่ถัดไปเท่าความกว้างของจุดที่จะยึดในจุดที่ 3 มือซ้ายจับจีบผ้าช่วงล่างให้

กว้างกว่าช่วงบนทบไปทบมาจนถึงจุดที่มือขวาจับรวมผ้าเข้าด้วยกัน

ขั้นที่ 5   ใช้ลวดมัดติดกับจุดที่ 3

ขั้นที่ 6   ผ้าผืนที่  2  ทำเช่นเดียวกับขั้นที่ 2 ใช้ลวดมัดติดกับจุดที่ 2

ขั้นที่ 7   มือขวาจับผ้าส่วนที่ถัดไปเท่าความกว้าง ส่วนที่จะยึดในจุดที่ 4มือซื้อจับจีบผ้าช่วงล่างทบไป

ทบมาจนหมดหน้าผ้า จนถึงจุดที่มือขวาจับรวมผ้าเข้าด้วยกัน ใช้ลวดมัดในจุดที่ 4

ขั้นที่ 8   การทำลำดับต่อไป วิธีทำเช่นเดียวกับขั้นที่ 6 – 7 ให้ทำจนหมดอาคารที่ต้องการ

คำที่มีการค้นหาเข้ามา


เฟื่องเกล็ดปลา ( กรณีผ้าผืนเดียว )

เฟื่องเกล็ดปลา  ( กรณีผ้าผืนเดียว )

ตัวอย่างโครงร่าง

 

ขั้นตอนการทำเฟื่องเกล็ดปลา  ( กรณีผ้าผืนเดียว )

ขั้นที่ 1   จับจีบปลายผ้าทบไปทบมาจนหมดหน้าผ้า ใช้ลวดมัดติดกับอาคารในจุดที่ 1 ไว้

ขั้นที่ 2   จับจีบผ้าส่วนที่ถัดไปทบไปทบมาจนหมดหน้าผ้า เท่าความกว้างของช่วงที่จะยึด

ขั้นที่ 3   ใช้ลวดมัดผ้าติดกับจุดที่ 1

ขั้นที่ 4   มือขวาจับผ้าส่วนที่ถัดไปเท่าความกว้างของจุดที่จะยึดในจุดที่ 3 มือซ้ายจับจีบผ้าช่วงล่าง

ให้กว้างกว่าช่วงบนทบไปทบมาจนถึงจุดที่มือขวาจับรวมผ้าเข้าด้วยกัน  (ให้หย่อนสวยงาม

ตามที่ต้องการ)

ขั้นที่ 5   ใช้ลวดมัดติดกับจุดที่ 3

ขั้นที่ 6   รวบผ้า แล้วดึงผ้าย้อนกลับมามัดติดกับจุดที่  2  แล้ว ทำเช่นเดียวกับขั้นที่ 2 ใช้ลวดมัดติดกับ

จุดที่ 4

ขั้นที่ 7   มือขวาจับผ้าส่วนที่ถัดไปเท่าความกว้าง ส่วนที่จะยึดในจุดที่ 4  มือซื้อจับจีบผ้าช่วงล่างทบไป

ทบมาจนหมดหน้าผ้า จนถึงจุดที่มือขวาจับรวมผ้าเข้าด้วยกัน ใช้ลวดมัดในจุดที่ 4

ขั้นที่ 8   การทำลำดับต่อไป วิธีทำเช่นเดียวกับขั้นที่  6 – 7 ให้ทำจนหมดอาคารที่ต้องการ

 


เฟื่องท้องช้าง ผสมระย้าและดอก

เฟื่องท้องช้าง  ผสมระย้าและดอก

รูปแบบของเฟื่องท้องช้าง  เป็นลักษณะการจับจีบผ้าห้อยโยงเป็นรูปลักษณะหัวท้ายเรียวแหลม ตรงกลางห้อยย้อยโค้งเป็นรูปท้องช้าง  มีขั้นตอนทำ  ดังนี้

ตัวอย่างโครงร่าง

 

ขั้นที่  1  จับชายผ้า แล้วจับดอก มัดติดกับจุดที่  1  ต่อด้วยการทำระย้า  มัดแน่นที่จุดที่  1

ขั้นที่  2  จับเฟื่องท้องช้าง โยงจากจุดที่  1  ไปจัดที่  2  แล้วมัดยึดให้แน่น

ขั้นที่  3  จับดอกผ้าดอกที่  2  มัดติดกับจุดที่  2  ต่อด้วยการทำระย้า  มัดแน่นที่จุดที่  2

ขั้นที่  4  จากช่วงที่  2 – 3  จาก ช่วงที่  3 – 4  ก็ทำเช่นเดียวกันกับช่วงที่  1 – 2

คำที่มีการค้นหาเข้ามา


เฟื่องท้องช้าง ผสมดอก

 

เฟื่องท้องช้าง  ผสมดอก

รูปแบบของเฟื่องท้องช้าง  เป็นลักษณะการจับจีบผ้าห้อยโยงเป็นรูปลักษณะหัวท้ายเรียวแหลม ตรงกลางห้อยย้อยโค้งเป็นรูปท้องช้าง  มีขั้นตอนทำ  ดังนี้

ตัวอย่างโครงร่าง

 

ขั้นที่  1  จับผ้าทำดอก (ดอกโบตั๋น) มัดติดกับจุดที่  1

ขั้นที่  2  จับเฟื่องท้องช้าง โยงจากจุดที่  1  ไปจัดที่  2  แล้วมัดยึดให้แน่น

ขั้นที่  3  จับผ้าทำทำดอก (ดอกโบตั๋น)ที่จุดที่  2  แล้วมัดให้แน่น

ขั้นที่  4  จากช่วงที่  2 – 3  จาก ช่วงที่  3 – 4  ก็ทำเช่นเดียวกันกับช่วงที่  1 – 2

คำที่มีการค้นหาเข้ามา


เฟื่องท้องช้าง ผสมระย้า

เฟื่องท้องช้าง  ผสมระย้า

รูปแบบของเฟื่องท้องช้าง  เป็นลักษณะการจับจีบผ้าห้อยโยงเป็นรูปลักษณะหัวท้ายเรียวแหลม ตรงกลางห้อยย้อยโค้งเป็นรูปท้องช้าง  มีขั้นตอนทำ  ดังนี้

ตัวอย่างโครงร่าง

 

 

ขั้นที่  1  จับผ้าทำระย้า มัดติดกับจุดที่  1

ขั้นที่  2  จับเฟื่องท้องช้าง โยงจากจุดที่  1  ไปจัดที่  2  แล้วมัดยึดให้แน่น

ขั้นที่  3  จับผ้าทำระย้าที่สองที่จุดที่  2  แล้วมัดให้แน่น

ขั้นที่  4  จากช่วงที่  2 – 3  จาก ช่วงที่  3 – 4  ก็ทำเช่นเดียวกันกับช่วงที่  1 – 2

คำที่มีการค้นหาเข้ามา


การผูกผ้าลายเฟื่อง

เฟื่อง เป็นลักษณะการประดับตกแต่งผ้า ในลักษณะห้อยโยงเป็นช่วง ๆ หรือห้อยโยงตามช่องระหว่างดอก หรือระหว่างระย้า  ความห่างขึ้นอยู่กับการออกแบบ และสภาพของอาคาร สถานที่ เป็นการตกแต่งที่ช่วยแก้ปัญหา ในด้าน

1.  แก้ปัญหาในเรื่องปริมาณ หรือจำนวนผ้า ในกรณีผ้ามีน้อย ถ้าจับดอก จะทำให้สิ้นเปลือง แล้วทำให้ผ้าไม่พอ การออกแบบการจับเฟื่องแทนจะทำให้ประหยัดผ้าได้มาก

2.  แก้ปัญหาในเรื่องเวลา  คือ การทำเฟื่องใช้ระยะเวลาในการทำเร็ว ใช้เวลาน้อย ไม่มีความยุ่งยากในขั้นตอนการทำ สามารถช่วยแก้ปัญหาในเรื่องเวลาจำกัดได้ดี

3.  แก้ปัญหาพื้นที่ว่างส่วนบนของโครงสร้าง  เนื่องจากเฟื่องเป็นส่วนประกอบที่ตกแต่งพื้นที่ด้านความยาว สามารถแก้ปัญหาการตกแต่งพื้นที่ว่างส่วนบนของโครงสร้างได้มากกว่าลักษณะอื่น

4.  แก้ปัญหาการทำซ้ำของรูปแบบ เป็นการจับจีบโยงเป็นช่วง ๆ  ซ้ำ ๆ ลักษณะเดียวกันตลอด แบ่งได้  3  รูปแบบ  คือ  เฟื่องท้องช้าง   เฟื่องเกล็ดปลา  เฟื่องเชิงสาน

คำที่มีการค้นหาเข้ามา


การผูกผ้าแบบระย้า

ประเภทของระย้า  ระย้าจะมีทั้งประเภทเสริมประกอบดอกกับ ประเภทคั่นประกอบเฟื่อง ซึ่งแต่ละประเภท นั้นก็มีลักษณะแตกต่างกัน ตามแนวคิดประดิษฐ์ ของผู้ประกอบปกติ แล้วระย้ามักประกอบขึ้นจากการจับจีบผ้าแล้วทบด้านหน้ากว้างให้เป็นสันห้อยลง  มีแบบต่างๆ ดังนี้

  1. ระย้าแบบต่างสีทับซ้อน หรือระย้าสองสีจัดจีบโดยคลี่ขยายให้หลดหลั่นกันไป
  2. ระย้าแบบคั่นแบบประกอบเฟื่องแบบสีเดียว
  3. ระย้าแบบคั่นแบบประกอบเฟื่องแบบสองเดียว

 

คำที่มีการค้นหาเข้ามา


การผูกผ้าแบบดอกเดียว

การผูกผ้าแบบดอกเดียว

 

  1. จับจีบผ้าขนานสองมือ ตาม แนวนอนซึ่งผู้จับนั้นจะยืนจับริมผ้าด้านบนด้วยสองมือปล่อยให้ ผ้าห้อยลงมาแล้วใช้นิ้วเกี่ยวผ้า จับ จีบขึ้น มาเรื่อย ๆ จนสุดปลายผ้า
    1. เมื่อจับจีบผ้าได้แล้ว นำผ้าที่จับจีบมาทบเข้าหากันแล้วใช้ลวดมัดแบบตัวยู
    2. จากนั้นก็นำผ้ามาทาบแล้วมัดให้ติดกับขอบเวที ดังรูป
  2. แล้วก็จัดการคลี่ผ้าออก ให้เป็นพุ่มดอกกลม
  3. ได้พุ่มดอกแล้วจึงโยงผ้ามาติดกับขอบเวทีอีกด้าน
  4. แล้วจึงทำเฟื่องระย้าทบกันแล้วปล่อยชายห้อยลงมาดังรูป

คำที่มีการค้นหาเข้ามา